วันเสาร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

มาฝึกเล่นรูบิค (rubik) ของเล่นลับสมองกัน

    การเล่นรูบิค นั้นเป็นการพัฒนาสมอง และการแก้ปัญหาโดยการวิเคราะห์อย่างสลับซับซ้อน ผู้เล่นต้องฝึกทักษะการจำเป็นอย่างมาก เพราะเพียงแค่หมุนรูบิคเพียงแค่ครั้งเดียวอาจทำให้สับสน หรือ ผิดสี ได้ ดังนั้น ผู้เล่นต้องมีสมาธิ ใจรัก และ อดทนเป็นอย่างมาก
     สูตรลัดการเรียนรูบิคมีมากมาย แต่ต้องอาศัยความพยายามในการฝึกฝน ขอเป็นกำลังใจให้น้องๆ หรือผู้ที่สนใจมาเล่นรูบิคนะคะ

ประวัติย่อ
 ลูกบาศก์ของรูบิค หรือที่เรียกกันว่า ลูกรูบิค เป็นของเล่นลับสมอง ประดิษฐ์ขึ้นในปี ค.ศ. 1974
              โดย เออร์โน รูบิค (Ernö Rubik) ซึ่งเป็น ประติมากร และ ศาสตราจารย์ในสาขาสถาปนิก ชาวฮังการี โดยทั่วไป ตัวลูกบาศก์นั้นทำจากพลาสติก แบ่งเป็นชิ้นย่อยๆ 26 ชิ้น ประกอบกันเป็นรูปลูกบาศก์ที่สามารถบิดหมุนไปรอบๆ ได้ ส่วนที่มองเห็นได้ของแต่ละด้าน จะประกอบด้วย 9 ส่วนย่อย ซึ่งมีสีทั้งหมด 6 สี ส่วนประกอบที่หมุนไปมาได้นี้ทำให้ การจัดเรียงสีของส่วนต่างๆ สลับกันได้หลายรูปแบบ จุดประสงค์ของเกมคือ การจัดเรียงให้แถบสีทั้ง 9 ที่อยู่ในด้านเดียวกันของลูกบาศก์ ซึ่งมีทั้งหมด 6 ด้านนั้น มีสีเดียวกัน
              เออร์โนได้จดสิทธิบัตร HU170062 สิ่งประดิษฐ์ ในชื่อ “ลูกบาศก์มหัศจรรย์” (Magic Cube) ในปี ค.ศ. 1975 ที่ประเทศฮังการี แต่ไม่ได้ทำการจดสิทธิบัตรนานาชาติ ซึ่งเมื่อมีการผลิต รูบิค ออกวางจำหน่ายได้ไม่นานก็ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยการบอกเล่าปากต่อปาก จากเดิมที่ฮิตกันแค่ในประเทศฮังการีต่อมาก็มีการขยายความนิยมไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งแพร่หลายไปทั่วโลก
              

     มาดูน้องๆ เขาสอนรูบิคกัน...อายุเป็นเพียงตัวเลข ผู้มีความรู้สามารถเป็นครูของเราได้...แม้จะเยาว์วัยก็ตาม

ขั้นที่ 1

ขั้นที่ 2

ขั้นที่ 3

ขั้นที่ 4

ขั้นที่ 5

แนวข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย


๑) ความหมายของการศึกษาตม พรบ.กศ.2542 หมายถึงข้อใด
ก. การอบรมสั่งสอนให้เกิด ความเจริญงอกงาม
ข. การเห็นตนเองเพื่อประโยชน์แก่ตนเอง
ค. การพัฒนามนุษย์โดยส่งเสริมให้มีความเจริญงอกงามอย่างเป็นอิสระ
ง. กระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคมโดยการ ถ่ายทอดความรู้ การฝึก การอบรมการสืบสานทางวัฒนธรรม

๒) หลักสูตร ครอบคลุมชีวิตประจำวันครู ไม่เป็นผู้ออกคำสั่ง ทำหน้าที่ในการแนะแนวทางให้แก่ผู้เรียนผู้เรียนจะต้องมีอิสระในการเลือก ตัดสินใจ โรงเรียน ทำหน้าที่เป็นแบบจำลองสังคม การสอนที่ยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง (Child centered)สอดคล้องกับปรัชญาในข้อใด
ก. ปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยม
ข. ปรัชญาการศึกษานิรันตรนิยม
ค. ปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยม
ง. ปรัชญาการศึกษาปฏิรูปนิยม

๓) ลักษณะของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 คือข้อใด
ก. หลักสูตรอิงวิชาการ
ข. หลักสูตรอิงคุณภาพ
ค. หลักสูตรอิงมาตรฐาน
ง. หลักสูตรอิงสาระการเรียนรู้

๔) “เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อปวงชน ประชาชนทุกคน มีโอกาสได้รับการศึกษาอย่างเสมอภาคและมีคุณภาพ”ข้อความดังกล่าวเกี่ยวข้องในข้อใด
ก. หลักการของหลักสูตร
ข. จุดหมายของหลักสูตร
ค. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
ง. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
๕) ข้อใดคือสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนทั้งหมด
ก. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัยใฝ่เรียนรู้
ข. ความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา และมี จิตสาธารณะ
ค. ความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้ ทักษะชีวิต และการใช้เทคโนโลยี
ง. ความสามารถในการสื่อสาร การคิด มุ่งมั่นในการทำงานรักความเป็นไทยและ มีจิตสาธารณะ

๖) รายวิชาประวัติศาสตร์ กำหนดให้จัดเพิ่มเติมเป็นพิเศษข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก. จัดเป็นรายวิชาเพิ่มเติมในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาฯ
ข. จัดเป็นรายวิชาบังคับในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาฯ
ค. จัดเป็นรายวิชาพื้นฐานในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาฯ
ง. จัดเป็นรายวิชาพื้นฐาน แยกเป็นกลุ่มสาระการเรียนรู้โดยเฉพาะ

๗) ข้อใด ไม่ใช่ จุดหมายของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
ก. จุดหมายมี 5 ข้อ
ข. เป็นการศึกษาเพื่อปวงชน
ค. มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีมีสุขนิสัยและรักการออกกำลังกาย
ง. มีความรู้อันเป็นสากลและมีความสามารถในการสื่อสาร การคิดการแก้ปัญหา การใช้ เทคโนโลยีและมีทักษะชีวิต

๘) ข้อใดเกี่ยวข้องกับ “รายวิชาเพิ่มเติม”
ก. มีมาตรฐาน การเรียนรู้ เป็นเป้าหมาย ในการพัฒนาผู้เรียน
ข. มีตัวชี้วัดเป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียน
ค. มีมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดเป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียน
ง. มีผลการเรียนรู้เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียน

๙) ข้อใดไม่ใช่กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
ก. กิจกรรมแนะแนว
ข. กิจกรรมนักเรียน
ค. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
ง. กิจกรรมพิเศษ
๑๐) การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนต้องอยู่บนหลักการพื้นฐานตามข้อใด
ก. ประเมินเพื่อตัดสินผลการเรียน
ข. ประเมินเพื่อพัฒนาผู้เรียน
ค. ประเมินเพื่อตีคุณค่า
ง. ถูกทั้งข้อ ก และ ข
๑๑) การวัดและประเมินผลการเรียนรู้แบ่งออกเป็นกี่ระดับ
ก. 2 ระดับ
ข. 3 ระดับ
ค. 4 ระดับ
ง. 5 ระดับ
๑๒) ข้อใดไม่ใช่การประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน
ก. การประเมินระดับชั้นเรียน
ข. การประเมินระดับสถานศึกษา
ค. การประเมินระดับเขตพื้นที่การศึกษา
ง. ถูกทุกข้อ
๑๓) ข้อใดไม่เป็นเกณฑ์การตัดสินผลการเรียนระดับประถมศึกษา
ก. ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมด
ข. ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัด และผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด
ค. ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา
ง. เป็นเกณฑ์การตัดสินผลการเรียนระดับประถมศึกษาทุกข้อ
๑๔) ระดับประถมศึกษา ในการตัดสินเพื่อให้ระดับผลการเรียนรายวิชา สถานศึกษาสามารถให้ระดับผลการเรียนหรือระดับคุณภาพการปฏิบัติของผู้เรียนได้ ตามข้อใด
ก. ระบบตัวเลข
ข. ระบบตัวอักษร
ค. ระบบร้อยละ
ง. ถูกทุกข้อ
๑๕) การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์นั้น ให้ระดับผลการประเมินตามข้อใด
ก. ดีเยี่ยม ดี และผ่าน
ข. ดีเยี่ยม ดี และปรับปรุง
ค. ดีเยี่ยม ดี และพอใช้
ง. ผ่าน และ ไม่ผ่าน
๑๖) ข้อใดเป็นเกณฑ์การจบระดับประถมศึกษา
ก. ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชา/
กิจกรรมเพิ่มเติมตามโครงสร้างเวลาเรียนที่
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
กำหนด
ข. ผู้เรียนต้องมีผลการประเมินรายวิชาพื้นฐาน
ผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษา
กำหนด
ค. ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิด
วิเคราะห์และเขียนในระดับผ่านเกณฑ์การ
ประเมินตามที่สถานศึกษากำหนด
ง. ถูกทุกข้อ
๑๗) เอกสารหลักฐานการศึกษาแบ่งออกเป็นกี่ประเภท
ก. 2 ประเภท คือ ระเบียนแสดงผลการเรียน
และประกาศนียบัตร
ข. 2 ประเภท คือ ระเบียนแสดงผลการเรียน
และแบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา
ค. 2 ประเภท คือ ประกาศนียบัตรและแบบ
รายงานผู้สำเร็จการศึกษา
ง. 2 ประเภท คือ เอกสารหลักบานการศึกษาที่ กระทรวงศึกษาธิการกำหนดและเอกสารหลักฐานการศึกษาที่สถานศึกษากำหนด

๑๘) ลักษณะเด่นในการจัดการเรียนรู้โดยใช้แหล่งเรียนรู้ ข้อใดกล่าวผิด
ก. เรียนรู้จากสภาพจริง
ข. สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง
ค. ฝึกกระบวนการกลุ่ม
ง. ทันสมัยก้าวทันวิทยาการสมัยใหม่

๑๙)ข้อใดเป็นการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
ก. ผู้เรียนเรียนรู้จากประสบการณ์
ข. ผู้เรียนเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม
ค. ผู้เรียนสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง
ง. ถูกทุกข้อ
๒๐) การปฏิรูปการเรียนรู้ตาม พรบ. การศึกษา 42 ข้อใดกล่าวผิด
ก. เน้นกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน
ข. ครูต้องจัดบรรยากาศส่งเสริมการเรียนรู้
ค. ให้ความสำคัญการเรียนรู้มากกว่าการสอน
ง. ให้อิสระผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเองตามลำพัง

๒๑)“ แนวคิดของเพียเจต์” สอดคล้องกับการเรียนรู้ข้อใด
ก. การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
ข. การจัดการเรียนรู้โดยใช้แหล่งเรียนรู้
ค. การจัดการเรียนรู้แบบกระบวนการแก้ปัญหา
ง. การจัดการเรียนรู้ส่งเสริมกระบวนการคิดด้วยหมวก 6 ใบ
๒๒)การเรียนรู้แบบโครงงานสอดคล้องกับข้อใด
ก. การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
ข. การจัดการเรียนรู้โดยใช้แหล่งเรียนรู้
ค. การจัดการเรียนรู้แบบกระบวนการแก้ปัญหา
ง. การจัดการเรียนรู้ส่งเสริมกระบวนการคิดด้วยหมวก 6 ใบ

๒๓)ปัญหาที่นำมาใช้ในบทเรียนมาจากแหล่งใดสำคัญที่สุด
ก. ภาพเหตุการณ์
ข. การเล่าเรื่อง
ค. ข่าวเหตุการณ์
ง. ชีวิตประจำวัน

๒๔) สมมติฐานสอดคล้องกับข้อใด
ก. สิ่งที่ต้องการแก้ไข
ข. แนวทางในการแก้ปัญหา
ค. การเดาคำตอบล่วงหน้า
ง. คุณลักษณะของสิ่งที่ศึกษา

๒๕) การเรียนรู้แบบหมวก 6 ใบสอดคล้องกับข้อใด
ก. การเรียนรู้ด้วยการใช้คำถาม
ข. การเรียนรู้ด้วยการแก้ปัญหา
ค. การเรียนรู้แบบโครงงาน
ง. การเรียนรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่น

๒๖)หมวกสีขาว เปรียบเทียบกับการคิดในข้อใด
ก. ข้อมูล ตัวเลข ข้อเท็จจริง
ข. ความรู้สึก อารมณ์ ความประทับใจ
ค. เหตุผล ความเหมาะสม
ง. คิดทางบวก การยอมรับ

๒๗) บิดาแห่งจิตวิทยาการทดลองคือใคร
ก. สกินเนอร์
ข. วิลเลี่ยม วุ้นท์
ค. ฟาฟลอฟ
ง. ธอร์นไดค์

๒๘)Sigmund Freud อยู่ในกลุ่มนักจิตวิทยาใด
ก. โครงสร้างจิต
ข. หน้าที่จิต
ค.จิตวิเคราะห์
ง. พฤติกรรมนิยม

๒๙) Learning by doing เป็นแนวคิดนักจิตวิทยาใด
ก. Rogers
ข. Maslow
ค. John Dewey
ง. Freud

๓๐)ทฤษฎีพัฒนาบุคลิกภาพ คือนักจิตวิทยาในข้อใด
ก. รุสโซ
ข. ฟรอยด์
ค. ธอร์นไดค์
ง. สกินเนอร์





ขอบคุณที่มาดีๆ จาก http://www.krupuchoi.com/ และ 

วันพุธที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2556

YouTube :: ผลงานนักเรียน :: ร้องเพลงสากลชาย ระัดับประเทศ

         ขอชืื่นชมกับการฝึกร้องเพลงของนักเรียน จนสามารถชนะการแข่งขันในแต่ละรอบมาจนถึงรอบสุดท้าย
         โค้งสุดท้ายของนักเรียนทุกคน ต่างก็พยายามทำให้เต็มที่ ความฝันสูงสุดของนักเรียนคือการได้เป็น "หนึ่ง" .... "สุดยอด" แห่งการร้องเพลง
         เวทีนี้ขอมอบให้กับนักเรียนทุกคนที่มีความฝันและความพยายาม เมื่อไ้ด้มีโอกาสมายืน ณ จุดนี้ ขอเป็นกำลังใจให้กับนักเรียนทุกๆคนคะ


จากโรงเรียนศรีเมืองวิทยาคาร



่จาก โรงเรียน ภ.ป.ร.ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์

วันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2556

ASEAN Picture - ภาพอาเซียนน่ารักที่นำมาประกอบการสอน

ชุดประจำชาติ >>  ยานพาหนะ  >>  ท้องถิ่นแต่ละประเทศอาเซียน  >> สกุลเงิน  >>
ชุดประจำชาติ  >> ตราแผ่นดินเมืองหลวง  >> 
และทำทักทาย แต่ละประเทศอาเซียน

>> ทั้ง 10 ประเทศ <<

คำทักทายภาษาอาเซียน
ชุดประจำชาติอาเซียน
ตราแผนดินอาเซียน
เมืองหลวงอาเซียน
สกุลเงินประเทศอาเซียน
ยานพาหนะอาเซียน


ขอบคุณที่่มาดีๆๆ จาก
http://loadebookstogo.blogspot.com/2013/02/10.html#.UTQRCTBgf54

BRITISH V.S. AMERICAN ACCENTS!


ในอดีตประเทศอังกฤษเคยเป็นมหาอำนาจของโลก มีดินแดนในอาณานิคมอยู่ทั่วโลก จึงได้นำภาษาอังกฤษของตนไปเผยแพร่ไว้ทั่วโลก จนปัจจุบันก็เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกแล้วว่าให้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางสำหรับสื่อสารกันระหว่างประเทศต่างๆ เมื่อมีการใช้ภาษาอังกฤษกันทั่วโลกนี้เองจึงทำให้เกิดภาษาอังกฤษหลากหลายสำเนียงตามแต่ละประเทศที่ใช้ เช่น สำเนียงอังกฤษ สำเนียงอเมริกัน สำเนียงแคนาดา สำเนียงออสเตรเลีย สำเนียงสิงคโปร์ สำเนียงอินเดีย เป็นต้น แต่นอกเหนือจากสำเนียงแล้ว การใช้คำศัพท์ก็ยังมีความแตกต่างกันด้วย เช่น สิ่งของสิ่งเดียวกันแต่ภาษาอังกฤษในท้องถิ่นหนึ่งเรียกต่างจากภาษาอังกฤษในอีกท้องถิ่นหนึ่ง เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ภาษาอังกฤษที่ถือว่าเป็นที่ยอมรับมากที่สุดในปัจจุบันมี 2 แบบ คือ ภาษาอังกฤษแบบอังกฤษ (British English)ซึ่งถือว่าเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงและคำศัพท์ดั้งเดิม ใช้อยู่ในประเทศอังกฤษและแพร่หลายทั่วโลกมาตั้งแต่อดีต และ ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน (American English) ที่ถ่ายทอดมาจากภาษาอังกฤษแบบอังกฤษแต่สำเนียงและคำศัพท์บางคำได้เพี้ยนหรือพัฒนาจนต่างออกไป ใช้อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาและแพร่หลายไปทั่วโลกหลังจากที่สหรัฐอเมริกาก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจของโลกแทนประเทศอังกฤษ

ด้วยความที่ภาษาอังกฤษทั้ง 2 แบบนี้ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลกเช่นเดียวกัน จึงทำให้เกิดความสับสนโดยเฉพาะเรื่องของคำศัพท์ที่ใช้ต่างกันแต่หมายถึงสิ่งเดียวกัน ซึ่งมีคำศัพท์จำพวกนี้อยู่เป็นจำนวนมาก สำหรับประเทศไทยหรือประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองยิ่งเกิดปัญหาหนัก เพราะบางคนใช้คำศัพท์จากภาษาอังกฤษแบบอังกฤษ แต่บางคนใช้คำศัพท์จากภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน ยิ่งกว่านั้นบางคนยังใช้ทั้งภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและแบบอเมริกันปะปนกันอยู่ในประโยคเดียวโดยไม่รู้ตัวก็มี ทำให้เกิดปัญหาในการสื่อสารอยู่มิใช่น้อย

ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือเราจะต้องจดจำคำศัพท์ทั้งอังกฤษแบบอังกฤษและแบบอเมริกันให้ได้ทั้ง 2 แบบ และเลือกใช้แบบใดแบบหนึ่งตามความถนัดของเรา หรือตามความเหมาะสมของผู้ที่เราจะสื่อสารด้วย โดยไม่ใช้ปะปนกัน สำหรับเรื่องสำเนียงนั้นก็ควรทำเช่นเดียวกัน

ตารางด้านล่างนี้เป็นการรวบรวมคำศัพท์พื้นฐาน 125 คำ ที่ใช้กันอยู่บ่อยๆ แต่มีทั้ง 2 แบบ คือ ภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน พร้อมคำแปลของคำศัพท์ เพื่อให้พยายามจดจำกันให้ได้ และนำไปใช้ได้อย่างถูกต้องในครั้งต่อไป


ชนิดคำ
คำแปล
American English
British English
alumnusgraduateผู้สำเร็จการศึกษาแล้ว
antennaaerialเสาอากาศ
anyplaceanywhereทุกแห่ง
apartmentflatห้องชุด
attorneybarrister, solicitorทนายความ
baby carriagepramรถเข็นเด็ก
baggageluggageหีบห่อ
barpubร้านเหล้า
billbank noteธนบัตร
billboardhoardingป้ายโฆษณา
blow-outpunctureทุบทำลาย
broilergrillย่าง
cabtaxiรถยนต์รับจ้าง
cantinกระป๋อง
candysweetsลูกกวาด
checkerdraughtหมากรุก
closetwardrobeตู้เสื้อผ้า
collect callreverse chargeโทรศัพท์แบบเรียกเก็บเงินปลายทาง
cookiebiscuitขนมปังกรอบ
cornmaizeข้าวโพด
crazymadบ้าคลั่ง
cribcotโรงเลี้ยงสัตว์
cuffturnupปลายขากางเกง
dessertsweetของหวาน
diapernappyผ้าอ้อม
dish-toweltea-towelผ้าเช็ดจานช้อนถ้วย
divided highwaydual carriagewayถนน 2 ฝั่ง ที่มีเกาะกลางถนน
drapecurtainผ้าม่าน
drug storechemist'sร้านขายยา
elevatorliftลิฟท์
engineer (train)engine driverคนขับรถไฟ
eraserrubberยางลบ
facultystaff (of a university)เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัย
fallautumnฤดูใบไม้ร่วง
faucettapก๊อกน้ำ
fenderwingบังโคลนรถยนต์
first floorground floorชั้นล่าง
flashlighttorchไฟส่องทาง
freewaymotorwayถนนใหญ่สำหรับรถใช้ความเร็วสูง
french frieschipsมันฝรั่งทอด
garbage candustbin, rubbish-binถังขยะ
garbage collectordustmanคนเก็บขยะ
garbage, trashrubbishขยะ
gasolinepetrolน้ำมันรถยนต์
gear-shiftgear-leverเปลี่ยนเกียร์รถยนต์
generatordynamoเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
highwaymain roadทางหลวง
hobotrampคนจรจัด
hoodbonnetกระโปรงหน้ารถยนต์
intermissionintervalเวลาพัก
intersectioncrossroadsทางแยก
janitorcaretakerภารโรง
keroseneparaffinน้ำมันก๊าด
linequeueแถว
liquor storeoff-licenseร้านขายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
madangryโกรธ
mailpostจดหมาย
mailboxpostboxกล่องใส่จดหมาย
mailman, mail carrierpostmanบุรุษไปรษณีย์
mathmathsคณิตศาสตร์
meannasty, viciousต่ำทราม
motorengineเครื่องยนต์
moviefilmภาพยนตร์
mufflersilencerหม้อพักของรถยนต์
noplacenowhereไม่มีที่ไหน
oil-pansumpอ่างใส่น้ำมันเครื่องยนต์
one-waysingle (ticket)ตั๋วโดยสารชนิดไปเที่ยวเดียว
optometristopticianช่างทำแว่นตา
overpassflyoverสะพานลอย
pacifierdummyจุกนมปลอมสำหรับเด็ก
pantstrousersกางเกง
pantyhosetightsถุงน่อง
patrolmanconstableพลตำรวจ
pavementroad surfaceผิวถนน
peekpeepแอบมอง
pitcherjugเหยือก, คนโท
pocket-book, pursehandbagกระเป๋าใส่สตางค์ใบเล็กๆ
potato chipspotato crispsมันฝรั่งทอด
private hospitalnursing homeบ้านพักผู้ป่วย
railroadrailwayทางรถไฟ
raincoatmackintoshเสื้อกันฝน
raiserise (in salary)ขึ้นเงินเดือน
realtorestate agentนายหน้าซื้อขายที่ดิน
restroompublic toiletห้องน้ำสาธารณะ
round tripreturn (ticket)ตั๋วโดยสารชนิดไปกลับ
rubbercondomถุงยางอนามัย
rubberwellington bootรองเท้าบู๊ทกันน้ำ
scheduletimetableตางรางสอน, ตารางเวลา
scotch tapesellotapeแถบยางพลาสติกมีกาวสำหรับรัดของ
sedansaloon (car)รถยนต์นั่งสี่ประตู
semestertermภาคการเรียน
shortsunderpantsกางเกงขาสั้น
shoulder (of road)verge (of road)ไหล่ถนน, ขอบถนน
sickillป่วย
sidewalkpavementทางเท้า
sneakersgym shoesรองเท้าผ้าใบพื้นยาง สำหรับเล่นกีฬา
someplacesomewhereบางที่
spigottap (outdoors)จุกอุดรูถังน้ำ
spool of threadreel of cottonหลอดม้วนด้าย
stingymeanใจแคบ, ขี้เหนียว
storeshopร้าน
stovecookerเตาหุงต้ม
strollerpush-chairรถเข็น
subwayunderground railwayรถไฟใต้ดิน
suspendersbracesสายพาดไหล่ รั้งกางเกงแทนเข็มขัด
sweaterjersey, jumper, pulloverเสื้อไหมพรม
the moviesthe cinemaภาพยนตร์
threadcottonฝ้าย
thumbtackdrawing-pinหมุดติดกระดาษ
traffic circleroundaboutวงเวียนกลับรถ
trashcandustbin, rubbish-binถังขยะ
trucklorryรถบรรทุก
trunkbootช่องเก็บของท้ายรถยนต์
turnpiketoll motorwayด่านเก็บเงินทางด่วน
undershirtvestเสื้อชั้นใน
vacationholidayวันหยุดยาว
vacuum cleanerhooverเครื่องดูดฝุ่น
vestwaistcoatเสื้อกั๊ก
wash upwash your handsล้างมือ
wheatcornข้าวสาลี
windshieldwindscreenกระจกหน้ารถยนต์
wreckcrashชน, แตก, พัง
wrenchspannerกุญแจปากตาย
yardgardenสนามหญ้า, สวน
zipperzipซิป

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก
http://blog.eduzones.com/applezavip/26384

ข้อสอบภาษาอังกฤษ ป. 1-6 ชุดที่ 2

       รวมข้อสอบภาษาอังกฤษ ชั้นป. 1-6 เพื่อใช้ในการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาให้กับนักเรียนสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ซึ่งคุณสามารถโหลดไปฝึกนักเรียนได้










  อ้อ.... ขอบคุณผู้นำมาอัพโหลดด้วยนะค่ะ..ที่มีความใจดี ได้นำมาเผื่อแผ่ผู้อ่านอย่างเราๆ ^_^

GoodWorkSheet :: Adjective (Comparison)

Comparison (การเปรียบเทียบของคำคุณศัพท์) 




Work Sheet :: Adjective - Big VS Small

มาเรียนรู้คำศัพท์เกี่ยวกับคำคุณศัพท์ การเปรียบเทียบขั้นกว่า และขั้นสูงสุดในหัวข้อ Big & Small



Work Sheet :: Adjective - Fast VS Slow
มาเรียนรู้คำศัพท์เกี่ยวกับคำคุณศัพท์ การเปรียบเทียบขั้นกว่า และขั้นสูงสุดในหัวข้อ Fast VS Slow


Work Sheet :: Adjective 
มาเรียนรู้คำศัพท์เกี่ยวกับคำคุณศัพท์ การเปรียบเทียบขั้นกว่า และขั้นสูงสุด



Work Sheet :: Adjective - Tall VS Short
มาเรียนรู้คำศัพท์เกี่ยวกับคำคุณศัพท์ การเปรียบเทียบขั้นกว่า และขั้นสูงสุดในหัวข้อ Tall VS Short



Work Sheet :: Adjective - Tall VS Short
มาเรียนรู้คำศัพท์เกี่ยวกับคำคุณศัพท์ การเปรียบเทียบขั้นกว่า และขั้นสูงสุดในหัวข้อ Tall VS Short






Work Sheet :: Adjective - Fat VS Thin
มาเรียนรู้คำศัพท์เกี่ยวกับคำคุณศัพท์ การเปรียบเทียบขั้นกว่า และขั้นสูงสุดในหัวข้อ Fat VS Thin














สื่อการสอน POWER POINT PRESENTATION – FRUITS

Topic  : Fruits Pages  : 13 Detail  : เนื้อหาในเรื่องเป็นเรื่องของผลไม้ ซึ่งเมื่อเปิดหน้าแรก นักเรียนจะได้พบกับวงล้อผลไม้ที่หมุนไม่หยุด...